วิธีจัดการรอยแผลเป็นจากสิว แบบธรรมชาติ

acne

สิวอักเสบ นอกจากจะสร้างความเจ็บปวดกับอาการอักเสบของมันเลย เวลามันหายไปก็มักทิ้งร่องรอยแผลเป็น รอยดำ รอยแดงไว้ให้เราเจ็บใจ ซึ่งรอยดังกล่าวจะบดบังใบหน้าหล่อสวยของเราจนหมดสิ้น เพราะรอยแผลเป็นจากสิวนั้นจะทำให้ใบหน้าของเราหมองคล้ำไปโดยพลัน ทั้งนี้ทั้งนั้น สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดรอยแผลเป็นจากสิวก็คือการมีนิสัยชอบแคะแกะเกา และบีบสิวบนใบหน้า ทำให้รอยยิ่งช้ำรุนแรงมากขึ้น
เพื่อจัดการปัญหารอยแผลเป็นจากสิวให้หมดไป วันนี้เรามีวิธีแบบธรรมชาติมานำเสนอ โดยเป็นวิธีจัดการรอยแผลเป็นจากสิวที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าได้ผลจริง แต่จะเห็นผลช้าเร็วก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและรุนแรงของรอยแผลเป็นของแต่ละคน

ลักษณะของรอยแผลเป็นจากสิว

        1.รอยแดงอักเสบแดงช้ำเป็นจ้ำ รอยสิวชนิดนี้มีลักษณะเป็นรอยแดงจากการอักเสบอยู่ เกิดจากการอักเสบซ้ำซ้อนของสิว เมื่อสิวยุบร่างกายจะมีกลไกการซ่อมแซมผิวหนังที่อักเสบด้วยตัวเอง แต่ยังไม่หายสนิทจึงทำให้เกิดเป็นรอยแดงช้ำเป็นจ้ำ
2.รอยสิวสีดำหรือสีน้ำตาล รอยสิวนี้เกิดขึ้นเมื่อกระบวนการสมานเนื้อเยื่อและการสร้างเซลล์เม็ดสีผิวไม่สมบูรณ์ ทำให้ผิวบริเวณนั้นเกิดเป็นสีดำหรือสีน้ำตาลถึงแม้ว่าสิวจะหายสนิทแล้วก็ตาม ทั้งนี้ รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวแบบนี้จะค่อยๆหายไปเอง แต่ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง
3.รอยแผลเป็นชนิดบุ๋มเป็นหลุม รอยแผลชนิดนี้เกิดขึ้นจากเนื้อเยื่อบนชั้นผิวถูกทำลายและไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ ส่วนใหญ่มักเกิดจากการบีบสิวทำให้ติดเชื้อแบคทีเรีย โดยจะพบบริเวณใบหน้าและรอบแก้ม

จัดการรอยแผลเป็นสิวด้วยสูตรธรรมชาติ
1.หอมแดง จะมีสารที่ให้คุณสมบัติสามารถยับยั้งแบคทีเรียบนผิวหนังได้ สูตรนี้เพียงแค่นำหอมแดงมาปอกเปลือกให้เกลี้ยงและล้างให้สะอาด จากนั้นนำมาฝานเป็นแผ่นบางๆหรือจะสับให้ละเอียดก็ได้ แล้วนำมาโปะไว้บนจุดที่เป็นสิวหรือมีรอยด่างดำ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ควรทำทุกวัน จะเห็นผลภายใน 3-4 วัน โดยหัวสิวค่อยๆยุบตัวลง ส่วนรอยด่างดำก็จะดูจางลงอย่างเห็นผลได้ชัด
2.มะละกอ นอกจากจะช่วยให้ผิวทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลแล้ว ยังช่วยลดรอยแผลเป็น หรือรอยดำจากสิวได้อีกด้วย เพราะในเนื้อมะละกอมีเอ็นไซม์ที่ทำเนื้อเยื่อที่ตายแล้วหลุดลอกได้ง่าย ช่วยให้ผิวผลัดเซลล์ได้เร็วขึ้น วิธีการคือปอกมะละกอสุกแล้วล้างยางออกให้หมดแล้วบดให้ละเอียด พอกทิ้งไว้บนผิวหน้า 10-15 นาทีจึงล้างออก เพียงแค่ครั้งแรกจะรู้สึกได้ถึงความเนียนนุ่มชุ่มชื่นของผิว หากใช้เป็นประจำจะช่วยรอยสิวจางลงจนหายเป็นปกติ

         3.ใบบัวบก เป็นที่รู้จักกันดีว่าการรับประทานใบบัวบกช่วยรักษาอาการฟกช้ำได้ดี และยังสามารถใช้ลดรอยดำ รอยแผลเป็นจากสิวได้ เนื่องจากในใบบัวบกมีสารไกลโคไซด์ (Glucosides) ซึ่งจะช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ และสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหน้าของเรา ลอยดำก็จะลดลงจางลง และยังทำให้ผิวหน้าโดยรวมดูดีขึ้นอีกด้วย สูตรนี้ให้นำใบบัวบกไปปั่นกับเครื่องปั่นหรือตำละเอียดในครก จากนั้นก็นำใบบัวบกที่ได้มาพอกหน้าได้เลย ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีจึงล้างออก
4.มะนาว เป็นสมุนไพรที่หาได้ง่าย มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ (AHA, Alpha Hydroxy Acids) ช่วยในการลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดร่วงออกไป นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ทำให้เซลล์ผิวเกิดใหม่ได้อย่างรวดเร็ว วิธีที่นิยมใช้กันคือหยดน้ำมะนาวสัก 1-2 หยดมาแต้มสิวทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออก แต่สำหรับคนที่ผิวหน้าไม่เหมาะกับมะนาวหรือคิดว่ามะนาวแรงเกินไป ก็ให้ใช้น้ำมะนาวผสมกับโฟมล้างหน้าได้เช่นกัน
นอกจากนี้ การทาครีมบำรุงผิวหน้าทุกครั้งหลังจากการอาบน้ำก็จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและฟื้นฟูสภาพผิวที่มีรอยดำรอยแดง และรอยแผลเป็นจากสิวให้กลับมาดูดีขึ้น ทั้งนี้ ต้องระวังอย่าใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสารปรอท เพราะเป็นสารที่ทำร้ายผิวหน้าแสนบอบบางของเรา เห็นไหมว่าวิธีรักษารอยแผลเป็นจากสิวไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น ถ้าไม่อยากเกิดปัญหาผิวเช่นนี้ พยายามหลีกเลี่ยงการบีบสิว รวมถึงอย่าใช้แคะแกะเกาเป็นอันขาด เพราะจะยิ่งทำให้รอยแผลเป็นรุนแรงมากขึ้น

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *