เห็ดหลินจือดียังไง 29 ข้อดี-ประโยชน์ของเห็ดหลินจือ

• ประโยชน์ของ  เห็ดหลินจือ •

  1. ขับปัสสาวะ
  2. รักษาโรคเกาต์
  3. บำรุงสุขภาพไต
  4. รักษาโรคลมบ้าหมู
  5. แก้อาการอาหารเป็นพิษ
  6. รักษาโรคริดสีดวงทวาร
  7. แก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก
  8. บรรเทาอาการปวดประจำเดือน
  9. ปรับระดับ และช่วยลดไขมันในเลือด
  10. มีส่วนช่วยรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
  11. ช่วยแก้อาการหูอื้อเมื่อเดินทางขึ้นที่สูง
  12. รักษาแผลในลำไส้ และกระเพาะอาหาร
  13. ลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ตามข้อ
  14. ป้องกันการเสื่อมสรรถภาพทางเพศเสื่อม
  15. ลดอาการโรคภูมิแพ้ต่างๆ เช่น โรคหอบหืด
  16. บำรุงตับและรักษาโรคตับ ตับอักเสบ ตับแข็ง
  17. ลดระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมอาการเบาหวาน
  18. ช่วยกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวสร้างสารต่อต้านมะเร็ง
  19. ผิวพรรณให้สดใส ผิวกระจ่างใสเกิดความเปล่งปลั่ง
  20. รักษาโรคหมอนรองกระดูกแตกกดทับที่เส้นประสาท
  21. แก้พิษรังสีคีโม ลดอาการท้องเสียอักเสบจากการฉายรังสี
  22. บำรุงสายตา และมีส่วนช่วยรักษาอาการทางสายตาเบื้องต้น
  23. ยับยั้ง ไวรัสเอดส์ งูสวัดโรคลูปัส อีสุกอีใส อีริทีมาโตซัสทั่วร่าง
  24. รักษาสมดุล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ให้ดีขึ้น
  25. รักษาโรคที่เกิดจากร่างกายขาดออกซิเจนต่างๆเช่น ถุงลมโป่งพอง เส้นเลือดหัวใจตีบ
  26. ผ่อนคลายระบบประสาท ทำให้มีส่วนช่วยในการจำ เสริมสร้างกล้ามเนื้อ รักษาโรคประสาท
  27. บำรุงกล้ามเนื้อของหัวใจให้เกิดความแข็งแรงขึ้น มีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจอุดตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต
  28. เห็ดหลินจือช่วยบำรุงร่างกายเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันทำให้เกิดความแข็งแรงทำให้อายุยืนยาว ชะลอความแก่ หรือช่วยชะลอวัย
  29. บำรุงการทำงานของระบบการไหลเวียนของเลือด มีส่วนช่วยรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ลดความดันโลหิตปรับความดันโลหิตให้เกิดความสมดุล

เห็ดหลินจือ ข้อแนะนำในการรับประทาน

การทานเห็ดหลินจือ ควรกินเห็ดหลินจือในขณะท้องว่างแล้วให้ดื่มน้ำตามมาก ๆ หรือจะทานควบคู่กับวิตามินซีได้ยิ่งดี เพื่อให้ช่วยเพิ่มคุณสมบัติของเห็ดหลินจือค่ะ ส่วนใหญ่นิยมกินเห็ดหลินจือในรูปแบบผงชงดื่ม หรือแคปซูล ที่ถูกสกัดมาแล้วเพราะว่าช่วยให้ร่างกายสามารถดูดสารต่างๆได้ดี และยังกินง่าย รวดเร็ว
คำแนะนำผู้ที่ไม่ควรกินเห็ดหลินจือคือ ผู้ป่วยโรค SLE , ผู้ที่กินยากดภูมิต้านทาน และคนที่ผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ

เห็ดหลินจือเหมาะกับผู้สูงอายุมากที่สุด และยังเหมาะกับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ในการทานครั้งแรกแนะนำให้ทานในปริมาณน้อย เพราะร่างกายต้องเกิดการปรับตัว อาจทำให้เกิดอาการ มึนหัว และปวดตัว นั่นเพราะเห็ดหลินจือกำลังขับสารพิษต่างๆ ออกไปจากร่างกายค่ะ

ผู้ที่เป็นโรคไตอาจปวดเมื่อยตามข้อ
คนที่เป็นโรคเบาหวานอาจจะเกิดการขับปัสสาวะบ่อยครั้ง
ผู้ที่ที่เป็นโรคเกาต์อาจมีอาการเจ็บปวดมากขึ้นแต่จะดีขึ้นในระยะยาว
*** ซึ่งอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้น จะทำให้สุขภาพดีในภายหลัง เพราะว่าร่างกายกำลังปรับสมดุล และกำลังฟื้นตัวค่ะ

เห็ดหลินจือ ผู้ที่ไม่ควรทาน !

  1.  สตรีมีครรภ์ คุณแม่ที่กำลังให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเห็ดหลินจือ หรือ งด!!
  2. ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ หรือเลือดออกผิดปกติ นั่นก็เพราะว่าเห็ดหลินจือมีส่วนช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ส่งผลให้มีเลือดออกได้ง่าย จึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีสภาวะเลือดดังกล่าว
  3. ผู้ป่วยที่กำลังจะผ่าตัด ควรพักผ่อนต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์ขึ้นไป เพราะว่าในช่วงนี้ร่างกายกำลังพักฟื้นอาจส่งผลให้เลือดออกได้ง่ายมากกว่าปกติ
  4. ผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิต้านเนื้อเยื่อของตนเอง เช่น เอสแอลอี , โรคลูปัส , โรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง เพราะเห็ดหลินจือช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ผู้ป่วยเหล่านี้มีภูมิต้านทานที่เยอะมากเกิดไปอยู่แล้ว จึงไม่ควรได้รับ
  5. ผู้ป่วยที่ต้องรับยากดภูมิคุ้มกัน ไม่ควรกินเห็ดหลินจือ เพราะฤทธิ์ของเห็ดหลินจือจะไปหักล้าง ขัดขวางการทำงานฤทธิ์ของยากดภูมิคุ้มกันค่ะ

You may also like...